ทำไมกระเป๋า Hermes จึงเป็นมากกว่ากระเป๋า?



Hermes เป็นกระเป๋าที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นงานศิลปะที่ทรงคุณค่า ที่มีเงินอย่างเดียวก็ซื้อไม่ได้ ต้องอาศัยแต้มบุญด้วย 

จุดเริ่มต้นของ Hermes มาจากธุรกิจในครอบครัว ณ เมืองเครเฟลด์ (Krefeld) ประเทศฝรั่งเศส วันที่ 10 มกราคม ปี 1801 มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นมาจากบรรดาพี่น้องทั้งหมด 6 คน เด็กชายคนนั้นคือ เทียร์รี่ แอร์เมส (Thierry Hermès) ซึ่งมีความสนใจในเรื่องของสิ่งทอ การพิมพ์ลายผ้าเป็นอย่างมาก เขาใช้ชีวิตวัยเด็กในการสะสมประสบการณ์ศิลปะและงานฝีมือจนเชี่ยวชาญ แต่แล้วเมื่อปี ค.ศ. 1821 เทียร์รี่ผู้น่าสงสารสูญเสียครอบครัวจากภาวะโรคระบาดและสงครามที่กลืนกินชีวิตผู้คนไปกว่าครึ่งยุโรป เขาได้จากบ้านเกิด และเดินทางไปใช้ชีวิตต่อคนเดียวที่บ้านเด็กกำพร้าทางตอนเหนือของกรุงปารีส 

เทียร์รี่ทำงานให้กับครอบครัว Pleumer ที่ประกอบธุรกิจเครื่องหนัง จนเขาได้เรียนรู้ทักษาการผลิตเครื่องหนังจนเชี่ยวชาญ จนเวลาผ่านพ้นไป 7 ปี เขาก็ได้แต่งงานกับ คริสตีน ในปีค.ศ. 1828 (Christine Pétronille Pierrart) และให้กำเนิดทายาทคนเดียว นั่นคือ ชาร์ล เอมิล แอร์เมส  (Charles Émile Hermès)

เมื่อมีครอบครัวแล้ว เทียร์รี่ได้เริ่มต้นกิจการของเขาในปี 1837 ภายใต้ชื่อ “the French house of Hermes” และแน่นอนว่า ธุรกิจนั้นต้องเป็นเครื่องหนังและอุปกรณ์ขี่ม้า

ด้วยความชื่นชอบในศิลปะ เทียร์รี่สามารถนำเอาความรู้ที่ฝึกฝนตั้งแต่ยังเด็กมาผสมผสานกับศาสตร์การตัดเย็บเครื่องหนังที่ฝึกฝนครั้งยังทำงานให้ตระกูล Pleumer จนสามารถออกแบบและผลิตอุปกรณ์เกี่ยวกับการขี่ม้าได้อย่างปราณีตสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นบังเหียน อานม้า เชือกจูง สายคล้อง จนผลงานของเขาไปต้องตาต้องใจเหล่าสังคมชั้นสูง ขุนนาง ราชวงศ์ จนได้ทำอานม้าเข้าถวานจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 

ต่อมาในปี 1855 เทียร์รี่ได้ริเริ่มทดลองทำกระเป๋าถือ หีบเก็บของ และเครื่องแต่งกาย จนปี 1867 เทียร์รี่ได้รับรางวัลเหรียญทองกับการออกแบบรองเท้าแตะ ที่งาน Expositions Universelles ณ  กรุงปารีส นั่นเป็นจุดเรื่มต้นการเป็นแบรนด์หรูหราอันดับต้นๆในฝรั่งเศษของ Hermes

และในวันที่ 10 มกราคม 1878 วันเดียวกันกับที่เทียร์รี่ลืมตาดูโลก วันนั้นเองที่โลกสูญเสียดีไซน์เนอร์ผู้ยิ่งใหญ่ในวัย 77 ปี ทำให้ทายาทเพียงคนเดียวได้มารับสืบทอดกิจการ Hermes และได้ย้ายร้านไปตั้งอยู่ในละแวกที่แวดล้อมไปด้วยชนชั้นสูงและขุนนาง นั่นคือ ถนน Rue du Faubourg Saint-Honoré (ที่ตั้งร้านจนถึงปัจจุบัน) 

แบรนด์ Hermes จึงได้โอกาสทองในการเข้าถึงกลุ่มชนชั้นสูงมากขึ้นไปอีก ทำให้สามารถขยายตลาดไปในหลายพื้นที่ทั้งไม่เพียงแต่ทั่วทั้งยุโรป แต่สามารถไปไกลถึงรัซเซีย เอเชีย อเมริกาและแอฟริกา เลยทีเดียว

อ่านแค่นี้ก็น่าจะพอข้าใจแล้วใช่ไหมคะ ว่าทำไม Hermes ถึงเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและประวัติศาสตร์อันยาวนาน แต่เรื่องราวของแบรนด์นี้ยังไม่จบแค่นี้ ครั้งหน้าจะมาเล่าให้ฟังต่อ อย่าลืมติดตามกันนะคะ

สำหรับท่านไหนที่สนใจอยากถือครอบครองงานศิลปะอันล้ำค่าในรูปแบบกระเป๋าถือ สามารถพูดคุย ปรึกษากับ brandnameexchange ได้เลยค่ะ ทางร้านรับประกันสินค้าทุกชิ้นว่าแท้ ด้วยประสบการณ์อันยาวนานมากกว่า 7 ปี ทางเรามีสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อีกที่งยังมี กระเป๋า hermes มือ สอง และมือหนึ่งด้วยเช่นกัน